แจ้งไว้ก่อนว่า เอ็นทรีนี้จะยาวมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกก
ผู้อ่านต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างสูง ผู้ใดไม่อยากอ่านตอนไม่เด็ด
กรุณาลองอ่านบรรทัดแรกของย่อหน้าก่อนก็ได้ จะได้ทราบว่า ควรอ่านหรือไม่ควร
เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีไม่ควรอ่าน เพราะจะเกิดอาการอ่านติดขัดและสับสนได้
ควรมีผู้ปกครองที่ทำใจรับพวกบ้าได้คอยให้คำแนะนำแบบใกล้ชิด
อาจมีบางประโยคเข้าข่ายไม่สุภาพและติดเรท ล
เรื่องนี้ไม่มีพาร์ทสอง ไม่ต้องรอคอยเหมือนเช้าติ้ง อนุญาตให้ใช้เวลาหนึ่งอาทิตย์ในการอ่าน
ถ้าไม่ทัน เพิ่มให้เป็นหนึ่งเดือน หรือแบบตลอดชีวิตเลยก็ได้ กิกิ
ขอเล่าเรื่องนี้ก่อนแล้นกันนะคะ เรื่องทริปย๊าวยาว (แต่ไปไม่กี่ที่) ของพวกเรารอพี่ส้มมาเล่าเองแล้วกัน (ถ้าเธอคนนั้นไม่ขี้เกียจอ่ะนะ อิอิ) ขอท้าวความก่อนพล่าม หุหุ พลอยกะพี่ส้มกะพี่หง่าวไปครั้งนี้เพื่อไปดูคอนจียงโดยเฉพาะ (มันจำเป็น ก๊ากๆ ล้อเล่น) แต่เราจองตั่วเครื่องบินไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นพลอยก็เลยต้องไปก่อน 1 วัน หนึ่งวันนั้นก็ได้มีโอกาสไปบริษัทใหม่และที่พักของน้อง (มันอยู่ใกล้ ๆ กันนั่นแหละ) ก็เลยพอได้ทราบว่า นี่ึคือที่่ที่เราจะมีโอกาสเจอน้องและมนุษย์วายจีอีก ๆ หลายคน แต่มันก็ไม่ได้มีสัญญาณใด ๆ ที่จะทำให้รู้ว่า จะเกิดเหตุการณ์ในวันที่ 3 เอ๊ะ หรือ 4 (กิกิกิ) วันแรกผ่านไป (ไวเหมือนโกหก .. จริงๆ) เช้าวันต่อมา พี่ส้มกะพี่หง่าวมาแว้ววว T T (เรื่องมันเส้าอยากร้องไห้) ก็เลยแบกกระเป๋าใบใหญ่ลงซัพเวย์เอง (เป็นครั้งแรก) กัวก็กัวอายก็อายหนักก็หนักเหนื่อยก็เหนื่อย บันไดทั้งขึ้นทั้งลง (กรุณาอย่าลอกเลียนแบบ เป็นความสามารถเฉพาะตัว) ในที่สุดก็ถึงนะค๊า
ตัดไป ๆ ๆๆๆๆ จนถึงตอนเย็น (ตัดไปเยอะนะ ก๊าก ๆ) พวกเรากลับไปที่พักเพื่อไปเอาของที่จะให้บิ้กแบง เพราะแบกไปเที่ยวก็คงจะไม่ไหว แล้วที่ไปเอาของน้องน่ะ เพราะอยากจะเอาให้น้องไป เพราะถ้าค้างอยู่เราก็ไม่รู้ว่าจะว่างไปวันไหน เพราะเราไม่ได้อยู่ที่นี่ เรามากันเฉพาะกิจ แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจไปหาน้องเลย (i'm just sayin' เพื่อจะเข้าใจและใช้คำให้คิดถึงจิตใจคนอื่นเค้าบ้าง) แล้วก็ไปที่บริษัทเก่าก่อน เพราะมันใกล้เราที่สุด พอไปถึงก็ไม่มีใครอยู่ซักกะคน คิดว่าคงไปซ้อมคอนจีกันหมด (ยกเว้นก็คงแต่อิตาทับกุนละั้มั้ง กิกิ) เมื่อบริษัทเก่าไม่มีก็เลยลองไปบริษัทใหม่กัน โดยการลอง(มั่ว)ขึ้นรถเมล์ดู กดออดก็ไม่ตรงป้าย (แต่คนขับคงสงสารอิพวกนี้เลยจอดให้ในซอยเปลี่ยวเชียว) แล้วเราก็เดินไปมั่วซั่วจนถึงบริษัทใหม่ (บางสองคนอ่ะ ทำยังกะไม่เคยไปงั้นแหละ) พอไปถึงที่นั่น ก็ไม่มีใครซักกะึคนเหมือนเดิม (แล้วไปเพื่อ??) ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าน้องมันจะไม่อยู่ ก็ยังจะยืนรอกัน(ไปทำไม)อยู่ที่นั่น ตอนนั้นก็เริ่มหนาวด้วยมืดด้วย ประกอบกับบริเวณนั้นเป็นแม่น้ำ มันเลยยิ่งหนาวผิดปกติ (แหล่งข้อมูล : ออเร้นจี้) แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจของพวกเราถดถอยไป (ที่ไหนกัน)
ขณะยืนสังเกตการณ์เป็นสต๊อกเกอร์อยู่ฝั่งตรงข้ามที่บริษัทนั้น (ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไม่ไปยืนหน้าบริษัท ทำอย่างกะเป็นเขตหวงห้าม) ขณะที่พยายามสอดส่องสายตาหาเหยื่อ ก็มีเป้าหมายที่ 1 เดินปิดหน้าปิดตาออกมาจากบ้านน้องแล้วมาหยุดติดไฟแดง พี่ส้มก็เลยบอกว่า นั่นใครอ่ะดูดิ คือออเร้นคิดว่า มันจะต้องเป็นใครซักคน ไม่คนใดก็คนนึงในผู้ชายวายจี (และแล้วก็ใช่จริงด้วย) ผู้ชายคนนั้นรอติดไฟแดงคนข้ามเพื่อไปบริษัท ใส่เสื้อแจ็กเก็ตสไตล์เค้า เอาฮู๊ดมาคลุมหัวที่ใส่หมวกแก๊ปอยู่ ทำหน้าเข้ม ตัวสูงใหญ่ ท่าเดินอย่างแมน (สภาพแบบนี้รู้สึกจะมีอยู่วงเดียว) ตอนเดินข้ามถนนมาก็ไม่แน่ใจหรอก และไม่กล้าเข้าไปด้วย (เค้ากัวตาเข้มอ่ะ) แต่ท่าเดินมองจากด้านหลังอ่ะ ใช่เรย แต่เ้ค้าไม่กล้าตามง่ะ (กัวกันถ้วนทั่วง่ะ)
เ้รื่องมันไม่ได้อยู่ที่ตาเข้ม มันอยู่ที่ ก่อนตาเข้มข้ามถนนมา มันมีเด็กผู้ชายคนนึง (ซึ่งมันเดินจากบริษัทใหม่ไปบริษัทเก่าและจากบริษัทเก่ามาบริษัทใหม่อีกรอบ ระยะทางใช่ว่าจะใกล้นะเออ) เด็กคนนั้นวิ่งข้ามถนนไปหาผู้ชายคนนึงที่ออกมาจากบ้านน้อง พี่เข้มกับผู้ชายคนนั้นหยุดทักทายกันอย่างคนรู้จักสนิทสนม แล้วก็แยกย้ายกันไปคนละทาง (ทั้งที่ก็ไปทางเดียวกันนะ แต่ต้องเดินแยกกันไปคนละฝั่งทำไม ??) ตอนแรกพวกเราก็ไม่รู้หรอกว่า อิตานั่นคือใครกัน อยู่ ๆ ผู้ชายคนนั้นก็ "อันนยองฮาเซโย!!" ดังลั่นข้ามฝั่งถนนมาสองตลบ (ตลบที่ 1 จากบ้านน้องมาบริษัท ตลบที่ 2 จากหน้าบริษัทมาฝั่งเรายืน) ด้วยขนาดตัว ความสูง เสียงดังลั่น เสียงของเค้า ใส่หมวก และที่สำคัญ ขี่สกู๊ตเตอร์! ทำให้พวกเรามั่นใจอย่างรุนแรงว่า ผู้ชายไฮเปอร์คนนั้นต้องเป็น 'ซงเบกกยอง' เป็นแน่
1.เป้าหมายที่หนึ่ง (อิมเทบิน) 2.เป้าหมายที่สอง (ซงเบกกยอง)
เมื่อเรามั่นใจแล้วว่า อิตานั่นคือเจ้าของโคโลไนซ์ เสื้อโดเรมอนที่หันหลังเชิ้ดใส่เรา แต่เราก็ยังสามารถเสียตังซื้อมันมาให้เชิ้ดใส่ที่บ้านได้อีก ก็มีเสียงเจ้าชีวิตตะโกนออกมาว่า 'อิพลอยไปขอลายเซ็นอิเบ้กดิ่ เร็วๆ!' เสียงนั้นตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นในขณะที่ตัวยังยืนกอดออกสบายใจเฉิบอย่างไม่คิดจะขยับเท้าก้าวไปไหน ส่วนไอ่ตัวรับคำสั่งขณะนั้นยังสติสตางค์ไม่ค่อยจะดี เพราะตกใจกับผู้ชายวายจีคนที่ไม่คิดจะได้เจอ (เพราะยังไม่เคยมีไคได้เจอเค้ามาก่อน) มือก็คว้านหาปากกากับสมุดในนารยาที่่ตระเตรียมมาอย่างดีมาตั้งแต่อยู่ที่บ้าน (กะว่าถ้าได้เจอวายบีจะสามารถดึงออกมาขอได้อย่างทันท่วงที) ในขณะที่กำลังคว้านหาอยู่นั้น ใจก็คิดว่า ตูนะก็ไม่เคยจะหาอะไรในกระเป๋าเจอหรอก แต่ทำไมอิโจรมันถึงค้นเจอภายในไม่ถึงนาทีได้วะ (ไม่เกี่ยวแต่อยากบ่น) เมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่มีทางหาเจอแน่ อิพลอยจึงเริ่มหาตัวช่วย ปากกาจากออเร้น สมุดโน๊ตบิ้กแบงจากเรนเดียร์ (สมุดบิ้กแบงเอาไปขอลายเซ็นวันไทม์ ช่างคิดเนอะ!!) แต่ปัญหายังไม่จบลงแค่นั้น เพราะผู้ชายคนนั้นเค้าไม่ได้ข้ามถนนมาทางเดียวกับพี่เข้ม แต่เป็นฝั่งตรงข้ามซึ่งถ้าอยากจะได้ลายเซ็น ก็ต้องข้ามถนนไป
ขณะที่กำลังตัดสินใจว่า ตัวเองจะทำไงต่อไปดี ก็กระโตกกระตากโวยวายไปเรื่อย แต่ก็สามารถเหลือบไปเห็นความเคลื่อนไหวของเพื่อนร่วมทางทั้งสองได้ หนึ่งคนยืนแอบอยู่หนังเสาไฟถนน (เพื่อ?) ในขณะที่ปากยังสั่งการต่อไป อีกคน ยืนจ้องเขม็งไปยังฝั่งที่สกู๊ตเตอร์นั่นอยู่ สายตาเรนเดียร์ก็กำลังเก็บข้อมูลต่าง ๆ นานาของผู้ชายคนนั้น >> according to พี่หง่าว : 'เบ้กกี้มันเรียกอิเด็กนั่นข้ามถนนตามมันมาอีกฝั่งแล้วค่อยให้ลายเซ็นอ่ะ คือกว่าจะได้ลายเซ็นของผู้ชายคนนี้ต้องได้ออกกำลังกายกันเนอะ' และแล้วเค้าก็ข้ามถนนมาอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่เรายืน เขิลก็เขิล แต่เนื่องจากมีคำสั่งกดดันมาจากเบื้องบน(หลังเสา)อยู่เป็นระยะ ๆ อิพลอยจึงตัดสินใจวิ่งข้ามไปหาเบกกยองเพื่อขอลายเซ็นอย่างมุ่งมั่น .. และ ...
.................. ติดไฟแดงงงงงงงงงงงคนข้าม!! ....................... (ไปต่อไม่ได้เด๋็วรถชนตาย)
ก่อนที่ซงเบกกยองจะจากไปเค้าเหลือบหันมามองอิต๊องติดไฟแดงที่จะวิ่งไปขอลายเซ็นหรือเปล่าก็ไม่แน่ใหนึ่งแว๊บจ (เพราะมันก็ไม่ได้พูดอะไรหรือทำอะไรที่บ่งบอกเลยว่าจะขอลายเซ็นนอกจากโวยวายวิ่งวุ่นไปมา) และเค้าจากไปอย่างสวี๊ดสว๊าดด้วยสกู๊ตเตอร์สีเงินที่ไม่น่าจะเร็วได้ สรุปว่าอด ..
ขอเม้าอิเด็กหมวกขาวนั่นหน่อย คือ กว่าที่จะได้ลายเซ็นพี่เบ้กอ่ะ มันต้องเดิน 1.จากบริษัทใหม่ไปเก่า 2.แล้วเก่ากลับมาใหม่ 3.และเดินข้ามถนนจากฝั่งบริษัทไปฝั่งบ้านน้อง 4.และฝั่งบ้านน้องไปฝั่งตรงข้ามบ้านน้อง 5.และจากฝั่งตรงข้ามบ้านน้องมาบ้านน้อง 6.และบ้านน้องมาฝั่งบริษัท (ทำไมมันไม่ติดไฟแดงเลยวะ แล้วไมตูติดอยู่ร่ำไปอ่ะ) แล้วจึงขึ้นคร่อมจักรยานและปั่นอย่างรวดเร็วกลับไปทางบริษัทเก่า (= =lll) คือ เค้ามาเพื่อลายเซ็นพี่เบ้กเลยขอบอก แต่เหนื่อยมากอ่ะกว่าจะได้
เราก็คิดว่าเรื่องมันจะจบลงเพียงแค่นั้น แต่เรื่องยังไม่จบ!!! เวลาผ่านไปซักพักนึง ในขณะที่เรายังคงตัดสินใจไม่ได้ต่อไปว่า จะเอายังไงกับชีวิตต่อ ยองเบจะอยู่มั้ยนะ น้องคนอื่น ๆ จะำอยู่มั้ย อิเทมที่ว่างเหลือเกินจะคิดพาบอสกะกาโฮมาเดินออกกำลังกายให้เพื่อนมั้ยนะ อิจีจะไปซ้อมที่โอลิมปิครึเปล่า และอื่น ๆ (เรายังคงเป็นสต๊อกเกอร์ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามบริษัทเหมือนเดิม ทั้งที่ก็มีคนไปรอหน้าบริษัทเหมือนกัน แต่พวกเราก็ไม่ไป) สกู๊ตเตอร์สีเงินคันเดิมก็มาจอดติดไฟแดงอยู่ฝั่งเดียวกับเรา พลอยก็จำไม่ได้หรอกว่าใครเป็นคนบอกให้รู้ตัวว่า พี่เบ้กมาอยู่ตรงนั้น แต่พลอยยังคงได้ยินแต่คำสั่งของเจ้าชีวิต 'อิพลอย ไปขอลายเซ็นนนนนนนน!!' กลัวก็กลัวนะ คือเป็นโรคกลัวผู้ชายวายจี (ทั้งที่กะคนอื่นค่ายอื่นไม่เป็น ค่ายนี้มันมีอาถรรพ์)
พลอยเดินกล้า ๆ กลัว ๆ (แต่ขอบอกว่าที่กล้าเดินเข้าไปเพระาพี่หง่าวอยู่ใกล้ ๆ เดินไปคนเดียวเค้าก็ไม่กล้านะ เขิลล) เข้าไปใกล้ ๆ พี่เบ้กแล้วพูดว่า 'can you sign me ..' แล้วยื่นสมุดให้ นอกนั้นจำไรไม่ได้อีกแล้วอ่ะ according to พี่หง่าว : 'พี่บอก อันยองเค้าไปแล้ว แต่เค้าไม่ได้ยิน แล้วพอพลอยพูดเค้าก็อันยองอย่างดังกลับมาแล้วบอก yes' (คือประสาทรับรู้ทุกส่วนของพลอยเป็นอัมพาตไปแล้วพี่หง่าว พลอยได้ยินแต่เยส) แล้วเมื่อพลอยได้ยินเค้าบอกว่า yes พลอยก็ยื่นสมุดไป เท่าที่จำได้คือ พี่เบ้กทำท่าจะรับแล้วเงยหน้าขึ้นมองอะไรซักอย่าง แล้วก็ขับสกู๊ตเตอร์ไปเลย อิพลอยตกใจมาก หันหลังไปมองพี่ส้มเป็นเชิงถาม พี่ส้มก็งงเหมือนกัน เพราะตอบว่าได้แล้วไหงไปเฉยเลย แล้วเราสองคนก็ได้ยินเสียงพี่หง่าวบอกว่า เค้าให้ตามเค้าไป พลอยกะำพี่ส้มเลยทิ้งของทุกอย่าง (ย้ำทุกอย่างจริง ๆ ไม่ใช่แค่ของให้น้อง รวมทั้งกระเป๋าถือที่มีกระเป๋าตัง กล้อง แฮนดิแคม ซึ่งถ้าหายลักกี้ก็จะไม่ได้เห็นแฟนแคมเว่นนั่นอ่ะ กิกิ พาสปอด ฯลฯ) ตามพี่หง่าวและพี่เบ้กไป according to พี่หง่าว : 'พอไฟเขียวปั๊บ เบ้กกี้ก็บอกว่า COME MON!!!' คัมมอนด้วยนะขอบอก ก๊าก ๆ เราทั้งสามคนก็ไปหยุดกันที่จุดนี้ ..

พลอยส่งสมุดให้กับพี่เบ้กพร้อมเปิดหน้าไว้เรียบร้อย (คือ กลัวพี่เบ้กเปิดเองแล้วจะเจอหน้าน้อง) และบอกพี่เบ้กว่า 'can you sign for 2, me and friend' แล้วชี้ที่ตัวเองและออเร้น (ลืมพี่หง่าวไปเลยอ่ะ ขอโต๊ดน๊า) พี่เบ้กก้อพยักหน้า (ไอ่เราก็นึกว่าเข้าใจ คือ จริง ๆ เข้าใจใช่มั้ยแต่ลืม) ก่อนที่เค้าจะเซ็น พลอยก็ไม่คิดหรอกนะว่าจะมาคุยอะไรกะพวกเรา พี่แกดั้นนนถามว่า ชื่ออะไร (เอาไงดีวะกรู พลอยเป็นภาษาอังกิดแกจะเขียนได้มั้ย ตั้งมาสะกดเป็นตัวอังกิดให้อีก ไม่ไหวจะทำนะ) เลยพูดออกไปอย่าง(น่าจะ)ผ่านระบบความคิดแล้วว่า 'พึลรออี' (คำว่า พลอยออกเสียงแบบเกาหลี) พี่เบ้กส่งเสียงออกมาว่า 'ห๊ะ!!' (ต้องให้บอกอีกรอบทำไมยะ) 'พึลรออี' ค่ะ 'อ่อ พึลรออี' พร้อมทวนกลับมา คือ ชื่อพลอยมันแปลกใช่มั้ย โปรดสังเกตที่ลายเซ็นมีเครื่องหมายตกใจด้วย แล้วเค้าก็ถามพี่ส้มเหมือนกัน พี่ส้มก็บอกไปว่า ออเร้นจี้ (เขียนถูกด้วยว่ะ ไม่มีวะโว้ยกลับมาด้วย ฉลาดนี่เรา) ระหว่างนั้นอิตาเบ้กก็คุยกะพลอย (พวกเรานั่นแหละแต่พอดีพลอยยืนอยู่ตรงหน้าเค้า เค้าเลยมองขึ้นมาเจอพอดี) เค้าพูดเป็นภาษาเกาหลีหมดทุกคำ โถ! พ่อคุณ ต่อหน้าพ่อคุณเนี่ย ต่อให้ภาษาไทย อิชั้นก็ไม่ได้มีทีท่าจะฟังเข้าใจหรอกนะ อังกิดก็พอถูไถแต่ไม่ ใส่เกาหลีซะงั้น สรุปคือ พี่เบ้กพูดไรมา อิพลอยพยักหน้าหมด (กุก็ไม่รู้หรอกว่าพูดอะไรมาบ้าง)
สรุปมารู้ตอนหลังว่า เค้าถามว่า 1.มาจากประเทศอะไรกัน ? - แทกุก 2.รู้จักผมด้วยหรอ ? - (คือ อันนี้ตูพยักหน้าไว้ก่อนแ้ล้ว ไม่รู้เรื่องหรอก) พ่อคุณ ถ้าไม่รู้จักจะขอลายเซ็นทำบ้าไร เสื้อคุณน่ะไม่เคยซื้อเลย เป็นพวกแรกที่ขอด้วยนะ ไม่ได้เป็นพวกขอตาม (แอบเคืองนะ มาขอตามเค้าน่ะ รู้จักพี่เบ้กรึเปล่าเหอะ เห็นพี่เบ้กเป็นไรอ่ะ โกดๆๆๆ) ระหว่างนั้นเราก็มีล่ามคนจีนที่พูดเกาหลีได้อยู่ตรงนั้นด้วย เค้าก็ช่วยพูด แต่ก็ไม่คิดขอลายเซ็น เค้าบอกเค้าชอบยองเบ (อิพลอยก็ชอบยองเบ แต่อิพลอยก็ชอบคนของวายจีทุกคนด้วยแหละ ยังซาพลอยยังอยากได้ลายเซ็นเลยอ่ะ) แต่อิพลอยกะอิส้มนี่สิ เป็นอะไรคะ ทำไมต้องแอบหลบเอาหัวมุดเสื้อตัวละ 6000 ของพี่หง่าวด้วย (เสื้อเรนตัวละ 6พัน มันมีประโยชน์อย่างงี้นี่เอง) เขิลอะไรเบ้กกยองกันไม่ทราบคะ แต่พี่หง่าวก็ไม่กัวนะคะ ยืนเผชิญหน้าเบกกยอง (ป่าวหรอก อยากมองหน้าเค้าชัด ๆ) แล้วก็ชักชวนน้อง ๆ มอง เออ แห๊ะ ผิวหน้าภายใต้ผ้าปิดปากสีขาว (อย่างกับไปรับแจกที่โรงบาลมา) มันดีแห๊ะ ขอบอกเลยว่า พี่เบ้กถึงเตี้ย แต่หน้าตาดีมาก สีผมขับผิว ฯลฯ ความสูงกำลังดี พอ ๆ กับเรา (พี่เบ้กยืนบนฟุตบาท เรายืนพื้นถนน เหมือนพี่เบ้กตั้งใจ) เมื่อเสดแล้วพวกเราก็ล่ำลา ผู้ชายคนนั้นก็ขี้สกู๊ตเตอร์สวี๊ดสว๊าดเกือบโดนรถชนตาย (จริงๆ) ข้ามไปฝั่งบ้านน้องและเข้าบ้านไป ... จบ

โปรดสังเกตวันที่ วันที่ขอลายเซ็นกันอ่ะ วันที่ 3 เดือน 12 ปี 2009 แต่พี่แกให้ล่วงหน้า 1 วัน และวันที่ค่ะ คนนึงเขียนแบบนึง คนที่สองเขียนอีกแบบนึง และเลือกหน้าได้ดีมาก ลายเซ็นที่สองเซ็นบนหลังอิเร้เลยทีเดียว สามารถเปิดหาหน้าเดิมได้ในเวลาแป๊บเดียว ของเค้าดีจริง ๆ เพิ่มเติมนะ คือนอกจากคนขอลายเซ็นจะสติสตางค์ไม่เต็มเพราะตื่นเต้นแล้ว คนแจกลายเซ็นเองก็สติสตางค์ไม่เต็มเพราะตื่นเต้น (ที่มีชาวต่างชาติมาขอลายเซ็นตัวด้วย) สรุปเรื่องในวันนั้น ก็กลายมาเป็นท็อกออฟเดอะทาวของเราทั้งสองฝ่าย เติมเต็มซึ่งกันและกัน เอาวะ วายบีไม่เจอ เจอพี่เบ้กกะตาเข้มก็พอใจแล้ว กลับบ้านกินบิบิมบับกะละมังใหญ่ลงซัพเวย์นอนหลับกรนคร่อกๆ
เค้าสูงงงน๊า
------------ edit มีเรื่องอยากเล่าอีกเรื่อง
ไปเกาครั้งนี้ พลอยแอบชอบผู้ชายคนนึง ให้ทาย .. ทายไม่ถูกหรอก ไม่ใช่วายบี ไม่ใช่น้อง ไม่ใช่พี่เท็ด เบ้ก ป๋า พี่จิน พี่คุช ยังซา เว่น ฯลฯ (ลิสเนี่ยเยอะนะ) แต่เป็นไอ่สต๊าฟอ้วนบริษัทเก่า ก๊ากกกกกกกกกกกกก กลับมาแล้วแอบคิดถึงเ้ค้า (และความมึนของมัน) คือ เราไม่อาจเปิดเผยสู้สาธารณชนได้ว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะเรางก กลัวคนอื่นรู้วิธีแล้วแอบทำตาม เอาเป็นว่า พลอยกับพี่หง่าวไปพูดอิ้งกะมานแล้วมันไม่เข้าใจ ยืนโหลดนานมาก แต่ก็ยังไม่เข้าใจเหมือนเดิม พลอยกะพี่หง่าวยังพยายามต่อไป พูดไปใช้เวลายาวนานมาก มันจับได้คำเดียว "บิ้กแบง" พร้อมทำหน้ามึนและมองหน้ากรู พร้อมส่งสายตาเป็นเชิงคำถาม กรูก้อไม่รู้จะช่วยอะไรได้ เพราะที่กรูพยายามพูดไปนั่นหมดกรุแล้ว จากภาษาอังกิดในการติดต่อสื่อสาร ลดระดับลงมาเป็นภาษาอังกิดสำหรับชาวต่างชาติที่ใช้เป็นภาษาต่างประเทศ จนไปถึงภาษาอังกิดระดับภาคพื้นเอเซียก็แล้ว มันก็ยังจับได้แค่ "บิ้กแบง" ท่านประธานช่วยเอาสต๊าฟไปเรียนภาษาทีเถอะนะคะ จ้างอิชั้นก็ได้ สอนฟรี แต่ขอเทรนตัวต่อตัวอิอ้วนนะ เค้าหลงรักมานนน